ป้ายกำกับ

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ (Kantary Hills Hotel)

โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ (Kantary Hills Hotel)

โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ เป็นโรงแรมแนวเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ที่อยู่ในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ค่ะ ตัวโรงแรมจะตั้งอยู่ในซอยนิมมานเหมินทร์ 12 ซึ่งในละแวกนี้เนี่ย หลายคนก็คงจะรู้ดีว่าเป็นละแวกที่รวบรวมร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งสินค้าแฟชั่น และร้านขายของที่ระลึกเด็ดๆ มากมาย ชนิดที่ว่าเวลาใครมาเที่ยวเชียงใหม่ ก็ไม่พลาดที่จะมาที่นี่เน๊าะครับ ^
โรงแรมแคนทารี ฮิลล์

เที่ยวลาวใต้ ไม่อยากอย่างที่คิด

เที่ยวลาวใต้ ไม่อยากอย่างที่คิด


เที่ยวลาวในครั้งนี้ เราจะนำเพื่อนๆ นักเที่ยว ไปชม มนต์เสน่ห์แห่งจำปาสัก ลาวใต้ วัดพูจำปาสัก มรดกโลก วัฒนธรรมที่เก่าแก่ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มิตรภาพที่เป็นกันเอง ความอลังการแห่งสายน้ำตกท่ามกลางขุนเขา ชมความงามไข่มุกแม่น้ำโขง "ไนแองการ่าแห่งเอเซีย"

นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายการท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวลาวใต้ ประเทศลาว การท่องเที่ยวที่นี่ไม่ได้มีแค่ความเก่าล้าหลังอย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ ตรงกันข้ามกลับมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าแปลกมากๆสำหรับประเทศเพื่อนบ้านของเรา
แต่...ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวลาวใต้ ไปดูด้วยตาตัวเอง คงหาคำตอบได้ไม่ยากครับ
ทริป การเดินทางท่องเที่ยวลาวใต้ ต้องบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดครับ ถ้าเป็นตอนนี้แล้วล่ะก็ สะดวกสบายมากขึ้นครับ
สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวลาวใต้นั้น แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะเที่ยวยังไง ไปแบบไหน พักที่ไหน ขอให้ตัดความกังวลเรื่องนี้ไปได้เลยครับ
นี่อาจจะเป็นแนวสำหรับใครๆหลายคน ไม่มากก็น้อยครับ....!
จุดเริ่มต้นการเดินทางท่องเที่ยวลาวใต้ของเราในครั้งนี้อยู่ที่ ปากเซ ครับ เป็นอะไรที่สะดวกที่สุดแล้ว มีโรงแรม ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางครับ


ลาวใต้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ ส่วนใหญ่แหล่งท่องเที่ยวจะเน้นเป็นการท่องเที่ยวแบบเที่ยวชมธรรมชาติ น้ำตก ล่องแม่น้ำโขง อะไรประมาณนั้น ไม่ได้สวยหรูเหมือนเราไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์นะครับ การเดินทางก็สมบุกสมบันกันเลยทีเดียว ด้วยแต่ละสถานที่นั้นอยู่ไกลกันพอสมควร แต่เส้นทางการเดินทางไม่เหมือนสมัยสามสี่ปีที่แล้ว เดียวนี้เส้นทางท่องเที่ยวสะดวกสบายกว่าที่คิดครับ
ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่ไกลกันพอสมควรนั้น เราจึงขอแนะนำการท่องเที่ยวลาวใต้กันแบบ 3 ทริปครับ
0ne …..เส้นทางท่องเที่ยวแรกนี้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวชมเมืองปากเซและปราสาทหินวัดภู

มรดกโลกที่น่าสนใจของลาวใต้ การท่องเที่ยวนี้ใช้เวลาท่องเที่ยวหนึ่งวันเต็มครับ เพราะการเดินทางไปเยือนปราสาทหินวัดภูนั้นค่อนข้างไกลและเสียเวลาเดินทางไปมาก (แนะนำให้จัดการท่องเที่ยววัดพูไว้เป็นวันแรกจะดีกว่าครับ)

ทริป : ช่วงที่เหมาะในการท่องเที่ยวปราสาทวัดพูขอแนะนำช่วง “เทศกาลบุญวัดพู” หรือ
The Legend of Vat Phou ครับเพราะเพื่อนๆจะได้ชมแสงสีเสียงอลังการงานสร้างของ ตำนานรัก..แห่งจำปาสัก ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปีครับ


ปราสาทหินวัดภู
มรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว ตั้งอยู่บนเนินเขาภู หรือเรียกกันว่าภูควาย ห่างจากตัวเมืองเก่าจำปาสักประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งได้รับการรับรอง และขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ว่าเป็นสถานที่เมืองมรดกโลกสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดของลาวใต้ที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด อ่านเพิ่มเติม..........


นมัสการ วัดหลวง วัดเก่าแก่ คู่เมืองปากเซ
เมืองปากเซ หรือแขวงเซโดนในอดีตนั้นเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของลาวใต้ครับ เป็นศูนย์กลางทั้งหมดของจำปาสัก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปากเซที่อยากแนะนำเพื่อนๆไปกราบสักการะนั่น คือ วัดหลวง ครับ

วัดหลวง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ที่อยู่คู่เมืองปากเซ ที่ชาวปากเซให้ความเคารพนับถือ ส่วนด้านหลังของวัดหลวงนั้นจะสามารถมองเห็นแม่น้ำเซโดน และแม่น้ำโขงไหลมาบรรจบกันได้ อย่างสวยงาม ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าปากเซ นั่นเองครับ จากที่นี่เพื่อนๆ สามารถมองเห็นสะพานเหล็กเก่าสมัยฝรั่งเศสปกครองลาวด้วยครับ อีกหนึ่งที่เที่ยวในปากเซที่อยากแนะนำ

Two ......ปากเซ - น้ำตกคอนพระเพ็ง – น้ำตกหลี่ผี

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวนี้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจครับ เพราะเราจะไปชม ไนแองการ่าแห่งเอเชีย พร้อมทั้งชม ความน่ากลัวของหลี่ผี เชื่อว่าเพื่อนๆไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอนครับ (สำหรับเพื่อนๆที่มาพักที่ปากเซหลายวันนี้แนะนำทริปนี้เป็นวันที่ 2 ครับ)



นํ้าตกคอนพะเพ็ง ไนแองการ่าแห่งเอเชีย
คอนพะเพ็ง แห่งนี้ หากแปลเป็นไทยแบบเท่ๆ แล้ว ก็คือ “แก่งจันทร์เพ็ญ” ที่ฟังแล้วช่างโรแมนติกเสียนี่กระไร
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว UNSEEN ของลาวที่หลายๆคนถึงกับให้ฉายาว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชีย สุดยอดไข่มุกของแม่นํ้าโขง...
อ่านเพิ่มเติม....





น้ำตกหลี่ผี มหานทีสี่พันดอน
ฟังชื่อแล้วก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ กับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งแห่งของลาวใต้ เป็นลักษณะคล้ายๆแก่งครับ แต่รุนแรงกว่ามาก สำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ ต้องนั่งเรือเข้าไป ลัดเลาะไปตามเกาะต่างๆครับ อ่านเพิ่มเติม.....

Three....น้ำตกตาดเยือง - น้ำตกตาดฟาน – ผาส้วม - อุทยานบาเจียง - ตลาดดาวเรือง - ช่องเม็ก – กลับ
ทริปนี้เพื่อนๆสามารถเที่ยวภายในวันเดียวได้ครับ ไป – กลับ แนะนำว่าให้ไปกลับทัวร์จะดีกว่าครับ หรือถ้าใครได้ค้างคืน ทริปนี้แนะนำให้เป็นทริปเที่ยวของวันที่ 3 หรือเที่ยวก่อนกลับครับ


น้ำตกตาดเยือง
น้ำตาดเยือง แห่งนี้เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองปากซอง จุดเด่นที่น่าชมของน้ำตกแห่งนี้ อยู่ที่สายน้ำสีขาวที่ไหลออกมาตามหน้าผา แล้วกระทบโขดหินแตกเป็นละอองสีขาว ตัดกับสีดำเข้มของโขดหิน ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและเป็นส่วนตัว สายน้ำที่ทอลงมาจากหน้าผา ยิ่งทำให้น้ำ แตกกระเซ็นเป็นละอองที่สวยงาม อ่านเพิ่มเติม...



น้ำตกตาดฟาน
น้ำตกตาดฟาน แห่งนี้เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสักเลยก็ว่าได้ครับ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกดงหัวสาว (ซึ่งคำว่า ฟาน แปลว่า เก้ง) จุดเด่นอยู่ตรงสายน้ำ 2 สายนี่แหละครับ ที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 120 เมตร โดยสายน้ำทางซ้ายมือไหลมาจากห้วยผักกูด และทางขวามือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว



น้ำตกผาส้วม
น้ำตกที่สวยงาม โดยฝีมือคนไทย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและแนะนำให้ไปชมกันครับ อ่านเพิ่มเติม....



อุทยานบาเจียง
หมู่บ้านโบราณหลายชนเผ่า ของลาวใต้
หมู่บ้านโบราณนี้อยู่ในส่วนของนํ้าตกผาส้วมครับ ใครที่เดินทางไปเที่ยวที่นํ้าตกผาส้วม ก็อย่าลืมแวะไปชมกันด้วยนะครับ อ่านเพิ่มเติม.....




ตลาดดาวเรือง
เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปากเซครับ อาจเรียกว่าเป็นศูนย์การค้าของลาวใต้อย่างงี้ก็ไม่ผิดครับ สำหรับคนไทยเรานั้นจะเรียกตลาดดาวเรืองนี้ว่า “ตลาดละลายทรัพย์ของคนไทย “ ครับ แนะนำให้เพื่อนๆไปช้อปของถูกที่นี่ครับ อ่านเพิ่มเติม....





ตลาดช่องเม็ก
เป็นอีกหนึ่งที่ช้อปของราคาถูกอีกหนึ่งที่ครับ ตลาดช่องเม็ก
เป็นตลาดชายแดน ไทย ลาว สำหรับเพื่อนๆที่จะเดินทางไปเที่ยวลาวใต้ก็จะผ่านแน่นอนครับ มีสินค้า ไทย-ลาว มากมายให้เลือกซื้อครับ


ตลาดดาวเรือง ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของลาวใต้

ตลาดดาวเรือง ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของลาวใต้



การเดินทางลงสู่ลาวใต้ เมืองปากเซ ส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นพวกน้ำตก อุทยาน ซะมากกว่าครับ ไม่ได้เที่ยวชมของเก่าทั่วเมืองอย่าง เที่ยวเวียงจันทน์ หรือหลวงพระบาง แต่สำหรับวันนี้เราต้องของพักยกการเดินทางแบบสมบุกสมบัน มาเป็นการเดินเที่ยวช้อปแบบสบายๆกันหน่อยดีกว่าครับ กับที่นี่ครับ “ตลาดดาวเรือง” เมืองปากเซนั่นเอง

ตลาดดาวเรือง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองปากเซ แขวงจำปาสักเลยก็ว่าได้ครับ อาจเรียกว่าเป็นศูนย์การค้าของลาวใต้อย่างงี้ก็ไม่ผิดครับ ( แต่เป็นศูนย์การค้าไม่ได้ติดแอร์นะขอบอก) ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ ภายในอาคารก็มีสินค้าพวกเสื้อผ้า เครื่องเงิน และ ของใช้ต่างๆ มากมาย ส่วนรอบนอกอาคารก็เป็นสินค้าทางการเกษตร เป็นพวกข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตรครับ ส่วนประเภทพืชผักก็จะวางขาย หรือกองขายตามทางเดินรอบอาคาร 
สำหรับคนไทยเรานั้นจะเรียกตลาดดาวเรืองนี้ว่า “ตลาดละลายทรัพย์ของคนไทย “ ครับ
ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าในตอนเช้าๆจะมีรถทัวร์ของไทยจอดริมถนนหน้าตลาดดาวเรืองหลายคันครับ รวมทั้งรถตู้อีกจำนวนไม่น้อยเลย เรียกได้ว่า เป็นสถานที่รวมพลนักท่องเที่ยวจากไทย และปิดท้ายโปรแกรมเที่ยวลาวใต้พร้อมๆกันครับ เป็นแหล่งซื้อของฝาก อะไรประมาณนั้นครับ



นอกจากตลาดดาวเรืองจะเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าจากท้องถิ่นแล้ว ก็ยังเป็นตลาดนำเข้าสินค้าจากไทยและจากประเทศจีนอีกต่างหาก ที่มาจากไทยก็เป็นพวกสินค้าอุปโภค บริโภค เช่น กะปิ น้ำปลา สบู่ ยาสีฟัน อาหารแห้ง เครื่องใช้ที่ทำจากพลาสติก รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จที่ขายดีมากในประเทศลาวครับ ส่วนสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน หรือคนจีนเป็นผู้นำเข้ามาขายเองก็ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นประเภทโลหะ หรือเครื่องเหล็ก ครับ

ลาวใต้ น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติครับ แถมเป็นธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ในบ้านเราซะด้วย อาจตื่นตาไปกับป่าไม้ หรือลำน้ำโขงที่กว้างใหญ่ไพศาล รวมทั้งนิสัยอันใสซื่อของชาวลาว ที่สามารถพูดกับคนไทยได้อย่างเข้าใจ และอย่าได้แปลกใจที่คนลาวรู้เรื่องเมืองไทยไปหมด แม้กระทั่งชื่อดารา หรือนักร้องลูกทุ่ง เพราะคนลาวชอบดูละครโทรทัศน์จากไทยเรานั่นเอง และรู้ข่าวสารเมืองไทยได้เป็นอย่างดีครับ





ถึงแม้ว่าประเทศลาวจะพัฒนาประเทศล้าหลังกว่าไทยไปมาก แต่อีกไม่นานหรอกครับ ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราจะพัฒนาแซงหน้าเราไปก่อน ถ้าเรามัวทะเลาะกันเองแบบนี้ครับ (ว่ากันไปตามกระแส)

สำหรับเที่ยวลาววันนี้เราขอแนะนำที่นี่แหละครับ ตลาดดาวเรือง เมืองปากเซ

Cr: http://laos-travel.blogspot.com/2013/12/Daolrangmarket.html

อุทยานบาเจียง หมู่บ้านโบราณ ลาวใต้

อุทยานบาเจียง หมู่บ้านโบราณ ลาวใต้





ก่อนอื่นต้องบอกกล่าวกันก่อนว่า จากบทความที่ผ่านมา ถึงการเดินทางไปเยือนน้ำตกผาส้วม ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่เรายังไม่ได้พูดถึงกันครับ เพราะถ้าไม่พูดถึงก็ไม่ได้ครับ เหมือนมาเที่ยวแล้วเที่ยวไม่ครบครับ

หลังจากที่เพื่อนๆนักเที่ยวได้เดินทางไปเที่ยวน้ำตกผาส้วม หนึ่งในผลงานการออกแบบโดยฝีมือคนไทยแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆกันนั้นที่น่าสนใจไม่แพ้ความสวยงามของน้ำตกผาส้วมครับ นั่นคือ อุทยานบาเจียง นั่นเอง
ภายในโครงการแห่งนี้ได้รวบรวมหมู่บ้านโบราณหลายชนเผ่าที่ยังมีเอกลักษณ์เหลืออยู่ พร้อมทั้งจัดทำพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าเอาไว้ด้วยครับ บ้านพักของโครงการนั้นถูกตัดแปลง จากบ้านต้นแบบของชนเผ่า ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว

พนักงานในโครงการแห่งนี้ประกอบไปด้วยชนเผ่า ประมาณ 8 ชนเผ่าครับ ร่วมใจกันบริการแขกที่มาเยือนน้ำตกผาส้วม ที่เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของแขวงจำปาสักแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากที่สูง โดยตัวน้ำตกมีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม น้ำที่ไหลลงมาสาดกระเซ็นสวยงามมากเมื่อได้พบเห็น
เพื่อนๆสามารถดูข้อมูลและประวัติของน้ำตกผาส้วมได้ที่นี่ครับ ..>>


ภายในอุทยานบาเจียง จะเน้นความสะอาดของห้องน้ำ สถานที่ต่างๆ เป็นพิเศษครับ มีบ้านพัก 18 ห้องครับ บางหลังอยู่หน้าน้ำตก บางหลังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ (หลังนี้เจ้าหญิงกะว่าจะไปนอน) บางหลังอยู่ริมลำธารสวยงาม ทุกหลังมีห้องน้ำ “สกายรูฟ” เปิดโล่งไม่มีหลังคา แต่มีสุขภัณฑ์มาตรฐานสากล ตามทางเดินระหว่างบ้านพักปูด้วยเขียงไม้ ทำให้จิตใจผ่อนคลาย แต่ละหลังไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีอินเตอร์เน็ต มีแต่นกร้องและเสียงน้ำไหลครับ


บ้านชนเผ่านั้นจะปลุกสร้างตามลักษณะของเผ่าที่ไม่เหมือนกันทั้ง 8 เผ่า บ้านเรือนแบบเก่าที่ลาวนี้ เขาจะไม่ตอกเสาลงสู่พื้นดิน เสาบ้านทุกต้นจะวางอยู่บนพื้นเฉยๆ ครับ


ที่แรก บ้านเผ่าตะเรียง เรือนเผ่าตะเรียง เป็นเรือนเตี้ยๆ หลังคาเป็นรูปโค้งมน ชาวเผ่าจะมีการทอผ้าพื้นเมืองเป็นหลัก เพื่อนๆจะอุดหนุนไปเป็นของที่ระลึกก็ได้นะครับ
เรือนเผ่าอาลัก
เรือนของเผ่าอาลักนี้จะสูงขึ้นมาหน่อยมีบันไดขึ้นบ้านจั่วบนหลังคามีลักษณะคล้ายกาแล ต้นเสาหน้าบ้านมีการแกะสลัก มีการทอผ้าเช่นเดียวกันครับ

เรือนเผ่ากะตู
คุณตาเผ่ากะตูได้ทำการสาธิตการเล่นดนตรีจากไม้และของเล่นจากไม้ครับ เผ่ากะตูนี้ ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้ ๗ คน ครับ แต่จะมีได้นั้นภรรยาหลวงจะต้องเป็นผู้สู่ขอให้ครับ






ต่อมาเป็น เผ่าละแวครับ บ้านอยู่อาศัยของเผ่าละแวจะเป็นเรือนยกพื้นไม่สูงเท่าไหร่ จะมีการเจาะช่องไว้ตามฝาบ้านขนาดพอมือลอดเข้าไปได้ จะเจาะไว้ตรงบริเวณที่เป็นห้องของลูกสาวครับ ช่องนี้มีไว้ให้ชายหนุ่ม จกมือหาหญิงสาว เป็นประเพณี กลิ้งครกจกสาว....ฟังแล้ว ก็ทำไมต้องกลิ้งครกก็ไม่รู้




ไกด์ที่นี่บอกว่า ก็พื้นบ้านยกสูงแต่สูงไม่มาก แต่ถ้าคนยืนก็ต้องชะเง้อ เขาก็เลยเอาครกไม้ตำข้าว กลิ้งมาตรงช่อง เพื่อนำมาต่อเป็นที่ยืนให้มือสามารถ จก เข้าไปในช่องได้ เขาจะมอบของฝากของขวัญอะไรให้กันได้... จับแต่มือหน้าก็ไม่เคยเห็นแล้วจะรู้ได้ยังไง ...ไกด์เขาก็บอกวิธีเลือกครับว่า...ถ้าคนมือหยาบหน่อยถือว่าใช้ได้ครับ เพราะถือว่าผ่านการทำงานมาเยอะ น่าจะเป็นคนขยัน ส่วนมือนุ่มๆก็ตรงกันข้ามกันเลยครับ

ยังมีอีกนะครับสำหรับเผ่าละแว เรือนเสาเดี่ยวของเผ่าละแวนั่นเองครับ ความสูงก็ราวๆ ๓ – ๔ คนต่อกัน เรือนนี้เขาบอกว่ามีไว้สำหรับเป็นหอเฝ้าระวัง หรือไว้สำหรับต้อนรับแขก และไว้ใช้สำหรับให้หนุ่มสาวเผ่าละแวทำความรู้จักมักคุ้นกัน ๒ ต่อ ๒ โดยต้องไม่ล่วงเกินกัน (เป็นไปได้เหรอ...?) เห็นว่าถ้าจะตกลงปลงใจกันจริงๆ จะต้องอยู่ด้วยกันบนเรือนนี้สามวันสามคืนกันก่อนจะมีการแต่งงานครับ

และยังมีหลายเผ่าอีกมากมายครับ ที่รอให้เพื่อนๆนักเที่ยวได้เดินทางไปชมครับ บรรยากาศที่นี่เขาดีมากครับ ร่มรื่น พร้อมกันนั้นเพื่อนๆเองก็สามารถที่จะถ่ายรูปกะพวกชนเผ่าได้ครับ หรือจะอุดหนุนงานฝีมือก็ได้ครับ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ก็ขอฝากที่นี่เอาไว้ด้วยนะครับ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ






วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

น้ำตกผาส้วม : ปากเซ

น้ำตกผาส้วม : ปากเซ




หลังจากที่เราได้ชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกของลาวไปแล้วหลายแห่ง ขอเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวมาเป็นเที่ยวแบบพักผ่อนกันหน่อย เอาเป็นว่าเบาๆก็แล้วกันครับ ปลายทางท่องเที่ยวลาวในครั้งนี้ อยู่ที่ลาวใต้ เมือง ปากเซ นั่นเองครับ “ปากเซ” ชื่อนี้คงกลายเป็นชื่อติดหูของใครหลายคนที่ได้เดินทางมาเยือนไปแล้ว พร้อมกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อไม่น่าเที่ยวเท่าไหร่ “น้ำตกผาส้วม” แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของลาว ที่มีความโด่งดังไม่แพ้ที่อื่น ด้วยชื่อแปลกนี่เอง

น้ำตกผาส้วมเป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของแขวงจำปาสัก เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากที่สูง โดยตัวน้ำตกมีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม
ส่วนเรื่องชื่อของน้ำตกนั้น ชื่อนี้มีความหมายครับ คำว่า “ส้วม” ของลาว หมายถึง ห้องนอนของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว หรือห้องหอนั่นเองครับ ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า “ส้วม”ของไทยเราที่ทำให้หลายๆคนนั้นเข้าใจผิดไปไม่น้อย

น้ำตกแห่งนี้ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และมีธรรมชาติป่าไม้ให้ร่มเงา นำมาซึ่งความชุมชื้นและร่มเย็น ให้กับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสไอน้ำอันเย็นฉ่ำ พร้อมชมความงามของน้ำตก ท่ามกลางแท่งหินยักษ์ เหมือนกับถูกนำมาเรียงร้อยตกแต่งไว้ เป็นห้องนอนสวยงามยิ่งใหญ่อลังการ

หลังจากที่เดินข้ามสะพานแขวนไม้ไผ่สานแห่งนี้ ก็มองเห็นภาพสวยงามของน้ำตก เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากที่สูง โดยตัวน้ำตกมีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม





เห็นชื่อส้วมๆอย่างนี้ ที่นี่เขาก็มีประวัติที่ไม่ส้วมนะครับ แถมน้ำตกแห่งนี้ก็ยังเป็นฝีมือการออกแบบของคนไทยอีกซะด้วย น้ำตกผาส้วมถูกสร้างขึ้นมาโดย คุณวิมล กิจบำรุง ใช้เวลาสำรวจที่ดินผืนนี้นาน 2 ปี และเริ่มดำเนินการก่อสร้างด้วยเครื่องทุ่นแรงที่หาได้ในสมัยนั้น คือมีเพียงช้าง 1 เชือก และแรงงานคนท้องถิ่น 80 ชีวิต

กว่าโครงการน้ำตกตาดผาส้วมจะสวยงามได้อย่างที่นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางมา เอ่ยปากชมกัน คุณวิมลใช้เวลาก่อสร้างสถานที่แห่งนี้นานถึง 5 ปี อาศัยซากไม้ที่ล้มตายไหลมาตามลำห้วยเพื่อสร้างร้านอาหาร มีการขนก้อนหินจำนวนมากมาจัดเรียงให้เป็นกำแพงกั้นดินที่ต่างระดับ ที่สำคัญ คุณวิมลได้ปลูกไม้กฤษณา ซึ่งเป็นไม้มีค่าหายากที่สูญพันธุ์แล้วในวันนั้น และไม้อื่นๆ กว่า 25,000 ต้น น้ำตกสายเล็กๆ ที่คุณวิมลตกแต่งเติมก้อนหิน เพื่อให้น้ำตกกระทบอย่างงดงาม และแผ่กว้างขึ้นหลายจุดจนเป็นน้ำตกขึ้นชื่อของเมืองจำปาสัก





แม้ว่าความงดงามที่เกิดขึ้นบนพื้นที่น้ำตกตาดผาส้วมแห่งนี้ คุณวิมล จะได้มีโอกาสชื่นชมกับน้ำพักน้ำแรงของตนเองได้เพียง 2 วัน ทราบว่าในขณะก่อสร้าง ท่านประสบกับไข้มาลาเรียขึ้นสมองด้วย เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ชุกชุมไปด้วยยุง จนทำให้สลบไปถึง 8 วัน พอฟื้นขึ้นมาท่านก็เป็นอัมพาตและดวงตาของท่านไม่สามารถใช้การได้ แต่ในภายหลังก็ได้รับการรักษาจนหายจากอาการอัมพาต และสามารถมองเห็นภาพในลักษณะขาวดำ

ปัจจุบันน้ำตกตาดผาส้วมมีบริการต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบ้านพักหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า 8 เผ่า เช่น กะเหรี่ยง ส่วย ลาวลุ่ม เป็นต้น

ไม่เพียงแต่น้ำตกผาส้วมเท่านั้น ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งที่ ระหว่างทางเข้าน้ำตก เป็นสถานที่ที่มีการรวบรวมหมู่บ้านโบราณหลายชนเผ่าที่ยังมีเอกลักษณ์เหลืออยู่ เรียกว่า อุทยานบาเจียง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวลาวที่น่าเที่ยวอีกแห่งครับ



Cr: http://laos-travel.blogspot.com/2013/10/TadPhasom.html

น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane ) น้ำตกคู่แฝดกลางหุบเขาลึก ลาวใต้

น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane ) น้ำตกคู่แฝดกลางหุบเขาลึก ลาวใต้



การเดินทางท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างประเทศลาวนั้น ถือเป็นการเดินทางที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ เพราะถึงจะคุยกันคนล่ะภาษาแต่ด้วยตัวภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับภาษาอีสานนั้นก็ทำให้การเดินทางไม่สะดุดครับ

การเดินทางเที่ยวลาวในครั้งนี้ เรานำเพื่อนลงสู่ลาวใต้กันครับ หลังจากที่เราเคยแนะนำเพื่อนๆนักเที่ยวให้เดินทางไปเที่ยวที่น้ำตกผาส้วม สถานที่ที่เราจะแนะนำเพื่อนในครั้งนี้เป็นเหมือนแพ็กเก็ตการเดินทางมาลาวใต้ก็ว่าได้ครับ



สถานที่ท่องเที่ยวลาวใต้ที่ว่านี้ก็คือ “น้ำตกตาดฟาน” นั่นเองครับ ก่อนที่เราจะเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง เราขอทำความรู้จักกับน้ำตกแห่งนี้กันก่อนดีกว่าครับ

น้ำตกตาดฟาน แห่งนี้เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสักเลยก็ว่าได้ครับ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกดงหัวสาว (ซึ่งคำว่า ฟาน แปลว่า เก้ง) จุดเด่นอยู่ตรงสายน้ำ 2 สายนี่แหละครับ ที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 120 เมตร โดยสายน้ำทางซ้ายมือไหลมาจากห้วยผักกูด และทางขวามือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว

สำหรับการเข้าไปชมน้ำตกนั้น จุดชมวิวจะตั้งอยู่คนละฟากหุบเขากับตัวน้ำตกครับ ซึ่งจะอยู่ในระดับความสูงที่เท่าๆ กัน จากตรงนี้เราสามารถชมวิวมองน้ำตกในมุมสูงได้อย่างชัดเจนเลยครับ สำหรับที่นี่ในยามเช้ายังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกต่างหากครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้ ก็สามารถเดินลงไปชมตัวน้ำตกได้ที่บริเวณด้านล่างครับ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากจุดชมวิวด้านบนครับ ก็ใช้เวลาเดินเท้าค่อนข้างนานพอสมควรครับ แนะนำว่าต้องเตรียมอาหารและอุปกรณ์กางเต็นท์ไปเองก็ดีนะครับ เพื่อพักแรมบริเวณด้านล่าง 1 คืน และเดินกลับขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ... (สำหรับเพื่อนๆที่ชอบความท้าทายครับ)


อ๋อ..เกือบลืมไปครับ จุดชมวิวที่นี่เป็นพื้นที่ของเอกชนครับ ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าชมด้วยครับ อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม 5,000 กลีบ(ลาว) หรือประมาณ 20 บาท (ไทย) ต่อคน นั่นเองครับ






ภายในบริเวณใกล้เคียงก็มี ตาดฟานรีสอร์ท ให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดติดขอบน้ำตกตาดฟาน สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการพักผ่อน ใกล้ชิดธรรมชาติครับ

เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งของลาวใต้ครับ ถึงแม้ว่าน้ำตกจะไม่ได้น่าเล่น แต่ดูน่ากลัวมากกว่า แต่นี่ก็เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้เราได้ชมกันครับ

การเดินทาง ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 เส้นทางไปปากซอง มาถึงหลักกิโลเมตรที่ 38 มีทางแยกเข้าขวามือครับ



...............
Cr: http://laos-travel.blogspot.com/

น้ำตาดเยือง ปากเซ ลาวใต้

น้ำตาดเยือง ปากเซ ลาวใต้



น้ำตกอีกหนึ่งแห่งของลาวใต้ที่ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ “น้ำตกตาดเยือง” นั่นเองครับ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกันกับ การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกตาดฟานครับ และที่แห่งนี้ก็เป็นที่เที่ยวอีกแห่งที่เราภูมิใจนำเสนอครับ

น้ำตาดเยืองแห่งนี้เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองปากซองนั่นเองครับ คำว่า เยือง แปลว่า เลียงผา แม้จะเป็นน้ำตกขนาดกลางไม่สูงใหญ่เท่าน้ำตกตาดฟานก็ตาม แต่ก็มีข้อดีกว่า คือ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมได้ใกล้ชิดถึงตัวน้ำตกนั่นเองครับ





จุดเด่นที่น่าชมของน้ำตกแห่งนี้ อยู่ที่สายน้ำสีขาวที่ไหลออกมาตามหน้าผา แล้วกระทบโขดหินแตกเป็นละอองสีขาว ตัดกับสีดำเข้มของโขดหิน ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและเป็นส่วนตัว สายน้ำที่ทอลงมาจากหน้าผา ยิ่งทำให้น้ำ แตกกระเซ็นเป็นละอองที่สวยงามครับ

สำหรับน้ำตกตาดเยืองแห่งนี้ ก็ยังมีจุดชมวิวสำหรับถ่ายรูปที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือเมื่อเพื่อนๆได้ไปยืนที่บริเวณจุดชมวิวของน้ำตกด้านล่างแล้ว เพื่อนๆจะได้สัมผัสกับสายลมพร้อมละอองน้ำที่ปลิวลงมาด้านล่างอย่างเย็นสบาย ๆ จุดนี้นี่เองครับที่ทำให้นักท่องเที่ยวอดไม่ได้ที่จะมายืนที่จุดนี้ให้นานที่สุดนั่นเองครับ

ส่วนด้านบนน้ำตกนั้นจะเป็นลำธารน้ำที่ไหลมา ก่อนจะตกลงสู่เบื้องล่าง ประมาณ 500 เมตร จุดนี้สามารถเล่นน้ำได้ครับ (แต่อย่าฝ่าฝืนป้ายห้ามเข้าในบางจุดด้วยนะครับ)







นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิดตามเส้นทางเดินที่จัดไว้ให้เท่านั้นครับ แต่ต้องระวังอุปกรณ์ถ่ายภาพเอาไว้ให้ดีด้วยครับ เพราะละอองน้ำตกนั้นมหาศาล ยิ่งในช่วงหน้าน้ำแล้วล่ะก็ ลงไปยืนชมตรงจุดชมวิวเพียงครู่เดียวก็เปียกไปทั้งตัว เหมือนเดินผ่านสายฝนมายังไงอย่างงั้นครับ แต่หากมาในช่วงหน้าแล้ง แม้จะไม่เห็นละอองน้ำฟุ้งกระจาย แต่ก็จะได้เห็นสายรุ้งบางๆ พาดผ่านน้ำตก ช่างโรแมนติกไปอีกแบบครับ แถมยังลงเล่นน้ำได้ด้วยถ้าหากว่าต้องการ






สำหรับที่น้ำตกตาดเยืองแห่งนี้นั้น ก็เหมือนกันกับน้ำตกตาดฟานนั่นแหละครับ ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อเข้าชม 5,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยก็ 20 บาทครับ ส่วนเส้นทางการเดินทางมาเที่ยวชมที่นี่นั้น ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรกนั่นแหละครับว่า เป็นเส้นทางเดียวกับการเดินทางมาน้ำตกตาดฟานนั่นเองครับ


การเดินทางท่องเที่ยวลาวยังไม่จบแค่นี้หรอกนะครับ ที่ลาวใต้แห่งนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัส สำหรับวันนี้...เที่ยวให้สนุกนะครับ.....

Cr: http://laos-travel.blogspot.com/

คอนพะเพ็ง ไนแองการ่าแห่งเอเชีย

คอนพะเพ็ง ไนแองการ่าแห่งเอเชีย



สบายดีครับ พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆนักท่องเที่ยวทุกท่าน สำหรับวันนี้การเดินทางเที่ยวลาว ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าเป็นการท่องเที่ยวในแบบผจญภัยครับ สถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำเสนอเพื่อนในวันนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าสุดยอดอีกหนึ่งที่ครับ

การเดินทางของเราในครั้งนี้เดินทางไปทางลาวใต้ครับ ปลายทางของเราอยู่ที่ “น้ำตกคอนพะเพ็ง” ที่ได้รับสมยานามว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชียนั่นเองครับ ให้สมยานามกันซะขนาดนี้ ถ้าไม่ไปเห็นจะไม่ได้แล้วครับ เที่ยวลาววันนี้จึงขอเสนอน้ำตกคอนพะเพ็งให้กับนักเดินทางทุกท่านครับ
คอนพะเพ็ง หากแปลเป็นไทยแบบเท่ๆ ก็คือ “แก่งจันทร์เพ็ญ” ที่ฟังแล้วช่างโรแมนติกเสียนี่กระไร

น้ำตกคอนพะเพ็ง (Khone Phapheng Falls) หรือที่ใครหลายคนเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตาดคอน เป็น น้ำตกลาวใต้ ที่ใหญ่ที่สุด ในเขต แม่น้ำโขง ตอนใต้แห่งนี้ครับ และได้รับการขนานนามว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ครับ เหตุผลที่กลายมาเป็นไนแองการ่านั่นก็เพราะว่า ด้วยกระแสน้ำที่ยิ่งใหญ่และมีพลังรุนแรง น่ากลัว จากแรงดันของน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลบ่าถาโถมกระหน่ำลงมาจากชั้นหินราวกับจะถล่มทลายแก่งหินอย่างดุดันและเกรี้ยวกราด สร้างความตื่นตาที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว สมกับคำร่ำลือและยกย่องให้เป็น ไนแองการ่า แห่งเอเชียนั่นเองครับ



ว้า...อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงหมดโรแมนติกแล้วใช่ไหมครับ ต่อเลยครับ...

น้ำตกแห่งนี้ยากที่มนุษย์จะข้ามไปได้ครับ ด้วยกำแพงที่ธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้น ก่อนจะเข้าชมน้ำตกเราก็ได้ยินเสียงน้ำตกมาแต่ไกลเลยครับ น้ำตกคอนพะเพ็งแห่งนี้เป็นน้ำตกที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ซึ่งการชมน้ำตกที่สวยงามนั้น จะต้องชมที่ศาลาจุดชมวิวที่ทางอุทยานได้สร้างขึ้นเท่านั้นครับ
ขอบอกไว้ก่อนครับว่า.....น้ำบริเวณนั้นไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำครับ เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรง และมีโขดหินแหลม ภายในบริเวณน้ำตกคอนพะเพ็ง และภายในบริเวณอุทยานยังมีร้านอาหารไว้บริการมากมาย

สายน้ำที่ก่อกำเนิดเกิดตามจนกลายเป็นน้ำตกคอนพะเพ็งนั้น บ้างก็ว่าสวย บ้างก็ว่าไม่สวย ซึ่งบางครั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลาที่ไปด้วย กูรูท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าช่วงเวลาอันงดงามเพริศแพร้วของคอนพะเพ็งนั้นคือ ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม นั่นเองครับ เพราะช่วงนั้นน้ำขาวฟูฟ่อง ปริมาณน้ำกำลังพอเหมาะ ฟ้าใสปลอดโปร่ง ส่วนหากว่าถ้าไปช่วงหน้าฝนสายน้ำแห่งคอนพะเพ็งจะแดงเถือก ปริมาณน้ำมาก ท้องฟ้าหม่นมัว แถมมีฝนตกอยู่บ่อยครั้ง ไม่น่าไปครับ

หลายคน หลังชมคอนพะเพ็งแล้ว แสนจะประทับใจ พร้อมกับบอกว่านี่คือความยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยความงามของสายน้ำขาวฟูฟ่องและแก่งหินมากรูปทรงให้จินตนาการ นี่คือหนึ่งในความยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มอบให้กับมวลมนุษยชาติครับ ส่วนใครที่มองคอนพะเพ็งว่าไม่สวยงามก็ไม่ควรจะทำร้ายทำลาย ดังเช่น กรณีของฝรั่งเศสที่ปกครองลาวในยุคล่าอาณานิคมนั่นเองครับ ผู้ปกครองตาน้ำข้าวเหล่านั้นนอกจากจะมองไม่เห็นความงามแล้ว พวกเขายังมองคอนพะเพ็งว่าเป็นอุปสรรคต่อการขนถ่ายทรัพยากรออกจากลาวอีกด้วย




เพราะคอนพะเพ็งมีชัยภูมิและลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็น “จุดสกัด” ที่ทำให้การเดินเรือในแม่น้ำโขงขาดช่วง ไม่ต่อเนื่องนั่นเองครับ

“...เมื่อคอนพะเพ็งเป็นอุปสรรค ก็ให้ระเบิดมันทิ้งซะเลย...” นั่นคือความคิดของผู้นำฝรั่งเศสที่ปกครองลาวในสมัยนั้น

ทว่าระเบิดที่วางในกาลครั้งนั้นกลับไม่ทำงานครับ ทำให้ฝรั่งเศสปฏิบัติภารกิจระเบิดคอนพะเพ็งไม่สำเร็จ ส่งผลให้การขนส่งทางเรือไม่สามารถทำได้ ฝรั่งเศสจึงหันไปสร้างทางรถไฟสายสั้นๆ ขึ้นบนดอนคอนแทนซึ่งวันนี้ทางรถไฟสายนั้นก็ยังคงอยู่ แต่ว่าเก่าคร่ำมากใช้การไม่ได้แล้วครับ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมระเบิดไม่ทำงานนั้น จนถึงวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ครับว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวลาวเชื่อว่าเกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในคอนพะเพ็ง ซึ่งไม่ใช่แค่ระเบิดไม่ทำงานเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีเสียงร่ำลือกันว่าที่แก่งคอนพะเพ็งมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เครื่องบินตกได้อีกด้วย เพราะเคยมีเครื่องบินไปตกในบริเวณนั้นครับ




เรื่องนี้จะจริงเท็จยังไง แต่วันนี้คอนพะเพ็ง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งจำปาสัก ที่แต่ละวันมีคนแวะเวียนมาเที่ยวไม่ได้ขาดสาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลาวที่น่าอัศจรรย์อีกหนึ่งแห่งที่พลาดไม่ได้ครับ

น้ำตกคอนพะเพ็ง หรือไนแองการ่าเอเชีย สามารถไปจากเมืองไทยได้โดย ข้ามชายแดนไปสปป.ลาว ที่จ.อุบลฯ ด่านช่องเม็ก-วังเต่า จากนั้นเดินทางสู่เมืองปากเซประมาณ 50 กม. และจากปากเซไปอีกประมาณ 100 กม. ถนนหนทางลาดยางเรียบร้อย สะดวกต่อการเดินทางครับ



The Legend of Vat Phouตำนานรัก แห่งจำปาสัก


ตำนานรัก แห่งจำปาสัก หนึ่งหญิงสองชาย ต่างเผ่าพันธุ์ ก่อบาปรักเลือด ผูกพัน ข้ามภพ (The Legend of Vat Phou)



หนึ่งในสถานที่สำคัญทางการท่องเที่ยวที่คนไทยคุ้นเคยกันดีคือ ปราสาทวัดพู โบราณสถานในแขวงจำปาสัก ประเทศลาว ที่รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาแต่โบราณกาล ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดม และสมบูรณ์ไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในเอเซีย นับได้ว่ามรดกโลกวัดพู เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวของแขวงจำปาสัก

เรื่องราวปรัมปราในประวัติศาสตร์ของตำนานรักสามเศร้า กลายเป็นที่มาของงานแสดงอันยิ่งใหญ่อลังการแสงสีเสียงบนปราสาทหินวัดพู ในนาม “เดอะ เลเจนด์ออฟ วัดพู” (The Legend of Vat Phou) เทศกาลงานบุญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 3 หรือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์




เรื่องราวรักสามเส้า หนึ่งหญิงสองชาย ต่างเผ่าพันธุ์ ที่ก่อบาปรักเลือด ผูกพัน ข้ามภพ " ท้าวบาเจียง นางมะโรง และท้าวจัมปาสัก "

ตำนานเรื่องเล่าปรัมปราของตำนานรัก 3 ยุค

เริ่มตั้งแต่ยุคสมัยของท้าวบาเจียง ...ท้าวบาเจียง บุตรชายหัวหน้าบ้านชาวเผ่า หลงรักนางมะโรง ซึ่งเป็นสาวสวยธิดาเศรษฐีชาวลาวลุ่มผู้หนึ่ง หากบิดาของนางเมามัวในทรัพย์สมบัติ และได้ตกลงใจมอบหมายนางให้ ท้าวจัมปาสัก บุตรชายของเจ้าเมืองลาวลุ่มอีกเมืองหนึ่งไปแล้ว ดังนั้นในวันที่ท้าวบาเจียงจัดขบวนขันหมากของชาวเผ่าไปสู่ขอ ท้าวบาเจียงจึงถูกหักหน้าอย่างร้ายกาจ ด้วยความคับแค้นและอับอาย ท้าวบาเจียงจึงสาปแช่งให้ความรักของนางมะโรงและท้าวจำปาสักเป็นความรักที่ทุกข์ทรมาน แล้วท้าวบาเจียงจึงโดดหน้าผาลงไปตาย และเมื่อนางมะโรงได้อยู่กินกับท้าวจัมปาสัก รักของคนทั้งสองจึงเป็นความรักที่เปี่ยมทุกข์ ในที่สุดนางมะโรงก็ไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้ จึงไปโดดหน้าผาตรงที่ท้าวบาเจียงโดดหน้าผาตายไปก่อนหน้า

….. และในค่ำคืนวันเพ็ญที่จันทร์แจ่มกระจ่างฟ้า ณ เศรษฐปุระนคร เมืองเอกแห่งแว่นแคว้นเล็กๆนามเจนละ ริมฝั่งแม่น้ำโขง อีกหลายร้อยปีต่อมา จิตรเสน อนุชาต่างมารดาของกษัตริย์ผู้มีสถานะเป็นจอมทัพแห่งเศรษฐปุระ ได้นัดพบกับนางชยันธร บุตรสาวแสนสวย ของมหาปุโรหิตย์ ที่จะเป็นราชินีของเมืองนี้คนต่อไป เพื่อลานางไปในการศึกกับฟูนัน เมืองทางปลายแม่น้ำโขง หากในเงามืดนั้นกษัตริย์ภววรมันได้ซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ และได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

วันต่อมา นางชยันธร ในฐานะคู่รักของกษัตริย์ ก็มาส่งขบวนทัพเจนละเข้าโจมตีฟูนัน และทำให้ฟูนันอ่อนแอลงจนไม่สามารถล่องแม่น้ำโขงเข้ามาทำอะไรเจนละอีกต่อไป แต่เจนละ ที่ตั้งอยู่ลึกเข้ามาภายในแผ่นดินก็ไม่สามารถออกสู่ทะเลเปิดเพื่อไปค้าขายกับจีนได้ ดังนั้นเพื่อออกไปให้พ้นเส้นทางรักสามเส้า และหลุดพ้นไปจากคำครหาว่าจะเป็นกบฏชิงอำนาจพี่ชาย จิตรเสนจึงตัดสินใจ อาสายกกองทัพเรือเจนละ ออกไปสำรวจเส้นทางแม่น้ำมูลเพื่อหาทางออกทะเล หากสำหรับกษัตริย์ภววรมันพี่ชายเพื่อตอบแทนความดีของจิตรเสนผู้น้อง และเพื่อแสดงให้จิตรเสนเห็นว่าพระองค์มิได้ไยดีในความรักต่อนางชยันธร พระองค์จึงตัดสินใจส่งขบวนทัพเรือสำรวจแม่น้ำมูลของจิตรเสน ด้วยประเพณีอันยิ่งใหญ่คือการจัดการบูชายัญมนุษย์ขอพรต่อองค์พระศิวะ โดยผู้ที่พระองค์คัดเลือกให้เป็นหญิงบริสุทธ์ที่จะถูกบูชายัญนั้นก็คือ นางชยันธร นั้นเอง



…. ในอีกหลายร้อยปีต่อมา ราชครูหลวงยอดแก้วโพนสะเม็ก หรือ ยาคูขี้หอม นำเจ้าชายแห่งราชวงศ์ล้านช้างแห่งเวียงจันทน์หนีภัยคุกคามจากการแย่งชิงราชสมบัติมุ่งหน้าลงใต้ เมื่อมาถึงดินแดนจัมปาสัก ซึ่งในขณะนั้นมี นางแพง เป็นเจ้าเมืองชาวชนเผ่าเป็นผู้หญิงครอบครองเมืองอยู่ ในคราวนั้นผู้คนของราชครูหลวงและเจ้าเมืองหญิงคู่คี่ก้ำกึ่งกัน ราชครูหลวงได้เอ่ยปากหว่านล้อมให้เจ้าเมืองหญิงมอบอำนาจการปกครองให้กับเจ้าชายราชวงศ์ล้านช้าง เจ้าเมืองหญิงตั้งคำถามขึ้นว่า เหตุใดตนจึงต้องยกเมืองจัมปาสักให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง ราชครูหลวง จึงสำแดงให้เจ้าเมืองหญิงมองเห็นอดีตชาติที่เจ้าเมืองเคยเกิดเป็นนางมะโรง และนางชยันธร ซึ่งมีบาปเคราะห์ผูกพันมากับสองชายจนถึงวันนี้

หากพระนางยินดีถวายเมืองให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง บาปเคราะห์ต่างๆที่ดำเนินมาร่วมกันหลายร้อยปีก็จะสิ้นสุด และพระนางจงออกถือเพศบรรพชิตบำเพ็ญภาวนาเพื่อความสงบสุขของตนเองในชาติภพหน้าสืบไปดังนั้นเจ้าเมืองหญิงจึงตกลงใจมอบเมืองจัมปาสักให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง


ที่มา : oknation.net





นี่เป็นช่วงจังหวะแห่งการท่องเที่ยวลาวใต้มากที่สุดครับ ถือเป็นการชมความงามของมรดกโลกแห่งที่สองของลาวเลยก็ว่าได้ เศษซากอารยธรรมที่หลงเหลือของแหล่งโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ ต่างเป็นหลักฐานประกอบเรื่องเล่าปรัมปราเหล่านั้นได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งหมดนี้ถือเป็นความสุขที่ทำให้การเดินทางชื่นชมความงดงามของ “โบราณสถานวัดพูพร้อมพื้นที่วัฒนธรรม จำปาสัก” แหล่งมรดกโลก ได้มีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ

Cr: http://laos-travel.blogspot.com/