ป้ายกำกับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

The Legend of Vat Phouตำนานรัก แห่งจำปาสัก


ตำนานรัก แห่งจำปาสัก หนึ่งหญิงสองชาย ต่างเผ่าพันธุ์ ก่อบาปรักเลือด ผูกพัน ข้ามภพ (The Legend of Vat Phou)



หนึ่งในสถานที่สำคัญทางการท่องเที่ยวที่คนไทยคุ้นเคยกันดีคือ ปราสาทวัดพู โบราณสถานในแขวงจำปาสัก ประเทศลาว ที่รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาแต่โบราณกาล ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดม และสมบูรณ์ไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในเอเซีย นับได้ว่ามรดกโลกวัดพู เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวของแขวงจำปาสัก

เรื่องราวปรัมปราในประวัติศาสตร์ของตำนานรักสามเศร้า กลายเป็นที่มาของงานแสดงอันยิ่งใหญ่อลังการแสงสีเสียงบนปราสาทหินวัดพู ในนาม “เดอะ เลเจนด์ออฟ วัดพู” (The Legend of Vat Phou) เทศกาลงานบุญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 3 หรือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์




เรื่องราวรักสามเส้า หนึ่งหญิงสองชาย ต่างเผ่าพันธุ์ ที่ก่อบาปรักเลือด ผูกพัน ข้ามภพ " ท้าวบาเจียง นางมะโรง และท้าวจัมปาสัก "

ตำนานเรื่องเล่าปรัมปราของตำนานรัก 3 ยุค

เริ่มตั้งแต่ยุคสมัยของท้าวบาเจียง ...ท้าวบาเจียง บุตรชายหัวหน้าบ้านชาวเผ่า หลงรักนางมะโรง ซึ่งเป็นสาวสวยธิดาเศรษฐีชาวลาวลุ่มผู้หนึ่ง หากบิดาของนางเมามัวในทรัพย์สมบัติ และได้ตกลงใจมอบหมายนางให้ ท้าวจัมปาสัก บุตรชายของเจ้าเมืองลาวลุ่มอีกเมืองหนึ่งไปแล้ว ดังนั้นในวันที่ท้าวบาเจียงจัดขบวนขันหมากของชาวเผ่าไปสู่ขอ ท้าวบาเจียงจึงถูกหักหน้าอย่างร้ายกาจ ด้วยความคับแค้นและอับอาย ท้าวบาเจียงจึงสาปแช่งให้ความรักของนางมะโรงและท้าวจำปาสักเป็นความรักที่ทุกข์ทรมาน แล้วท้าวบาเจียงจึงโดดหน้าผาลงไปตาย และเมื่อนางมะโรงได้อยู่กินกับท้าวจัมปาสัก รักของคนทั้งสองจึงเป็นความรักที่เปี่ยมทุกข์ ในที่สุดนางมะโรงก็ไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้ จึงไปโดดหน้าผาตรงที่ท้าวบาเจียงโดดหน้าผาตายไปก่อนหน้า

….. และในค่ำคืนวันเพ็ญที่จันทร์แจ่มกระจ่างฟ้า ณ เศรษฐปุระนคร เมืองเอกแห่งแว่นแคว้นเล็กๆนามเจนละ ริมฝั่งแม่น้ำโขง อีกหลายร้อยปีต่อมา จิตรเสน อนุชาต่างมารดาของกษัตริย์ผู้มีสถานะเป็นจอมทัพแห่งเศรษฐปุระ ได้นัดพบกับนางชยันธร บุตรสาวแสนสวย ของมหาปุโรหิตย์ ที่จะเป็นราชินีของเมืองนี้คนต่อไป เพื่อลานางไปในการศึกกับฟูนัน เมืองทางปลายแม่น้ำโขง หากในเงามืดนั้นกษัตริย์ภววรมันได้ซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ และได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

วันต่อมา นางชยันธร ในฐานะคู่รักของกษัตริย์ ก็มาส่งขบวนทัพเจนละเข้าโจมตีฟูนัน และทำให้ฟูนันอ่อนแอลงจนไม่สามารถล่องแม่น้ำโขงเข้ามาทำอะไรเจนละอีกต่อไป แต่เจนละ ที่ตั้งอยู่ลึกเข้ามาภายในแผ่นดินก็ไม่สามารถออกสู่ทะเลเปิดเพื่อไปค้าขายกับจีนได้ ดังนั้นเพื่อออกไปให้พ้นเส้นทางรักสามเส้า และหลุดพ้นไปจากคำครหาว่าจะเป็นกบฏชิงอำนาจพี่ชาย จิตรเสนจึงตัดสินใจ อาสายกกองทัพเรือเจนละ ออกไปสำรวจเส้นทางแม่น้ำมูลเพื่อหาทางออกทะเล หากสำหรับกษัตริย์ภววรมันพี่ชายเพื่อตอบแทนความดีของจิตรเสนผู้น้อง และเพื่อแสดงให้จิตรเสนเห็นว่าพระองค์มิได้ไยดีในความรักต่อนางชยันธร พระองค์จึงตัดสินใจส่งขบวนทัพเรือสำรวจแม่น้ำมูลของจิตรเสน ด้วยประเพณีอันยิ่งใหญ่คือการจัดการบูชายัญมนุษย์ขอพรต่อองค์พระศิวะ โดยผู้ที่พระองค์คัดเลือกให้เป็นหญิงบริสุทธ์ที่จะถูกบูชายัญนั้นก็คือ นางชยันธร นั้นเอง



…. ในอีกหลายร้อยปีต่อมา ราชครูหลวงยอดแก้วโพนสะเม็ก หรือ ยาคูขี้หอม นำเจ้าชายแห่งราชวงศ์ล้านช้างแห่งเวียงจันทน์หนีภัยคุกคามจากการแย่งชิงราชสมบัติมุ่งหน้าลงใต้ เมื่อมาถึงดินแดนจัมปาสัก ซึ่งในขณะนั้นมี นางแพง เป็นเจ้าเมืองชาวชนเผ่าเป็นผู้หญิงครอบครองเมืองอยู่ ในคราวนั้นผู้คนของราชครูหลวงและเจ้าเมืองหญิงคู่คี่ก้ำกึ่งกัน ราชครูหลวงได้เอ่ยปากหว่านล้อมให้เจ้าเมืองหญิงมอบอำนาจการปกครองให้กับเจ้าชายราชวงศ์ล้านช้าง เจ้าเมืองหญิงตั้งคำถามขึ้นว่า เหตุใดตนจึงต้องยกเมืองจัมปาสักให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง ราชครูหลวง จึงสำแดงให้เจ้าเมืองหญิงมองเห็นอดีตชาติที่เจ้าเมืองเคยเกิดเป็นนางมะโรง และนางชยันธร ซึ่งมีบาปเคราะห์ผูกพันมากับสองชายจนถึงวันนี้

หากพระนางยินดีถวายเมืองให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง บาปเคราะห์ต่างๆที่ดำเนินมาร่วมกันหลายร้อยปีก็จะสิ้นสุด และพระนางจงออกถือเพศบรรพชิตบำเพ็ญภาวนาเพื่อความสงบสุขของตนเองในชาติภพหน้าสืบไปดังนั้นเจ้าเมืองหญิงจึงตกลงใจมอบเมืองจัมปาสักให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง


ที่มา : oknation.net





นี่เป็นช่วงจังหวะแห่งการท่องเที่ยวลาวใต้มากที่สุดครับ ถือเป็นการชมความงามของมรดกโลกแห่งที่สองของลาวเลยก็ว่าได้ เศษซากอารยธรรมที่หลงเหลือของแหล่งโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ ต่างเป็นหลักฐานประกอบเรื่องเล่าปรัมปราเหล่านั้นได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งหมดนี้ถือเป็นความสุขที่ทำให้การเดินทางชื่นชมความงดงามของ “โบราณสถานวัดพูพร้อมพื้นที่วัฒนธรรม จำปาสัก” แหล่งมรดกโลก ได้มีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ

Cr: http://laos-travel.blogspot.com/




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น